BlogPost-1



ใครมีหน้าที่ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือ Personal Income Tax?

  • ผู้ที่มีเงินได้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย (เกิน 180 วัน) 

  • ผู้ที่มีรายได้เกิน 150,000 บาทต่อปี 

  • ในกรณีการวางขายสติกเกอร์หรืออีกนัยหนึ่งมีคนมาใช้สิทธิ์ในคาแรคเตอร์บนสติกเกอร์ของท่าน จะถือว่าเป็นรายได้ประเภทหนึ่ง เรียกว่า “รายได้ประเภทลิขสิทธิ์” และหากมีรายได้เกิน 60,000 บาทต่อปี จะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา


เรื่องภาษีมีความเกี่ยวข้องกับรายได้ที่เกิดจากการขายสติกเกอร์ ธีม อิโมจิอย่างไร?

  • รายได้ทั้งหมดจากการขายสติกเกอร์ ธีม หริออิโมจิ จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) ประเทศญี่ปุ่น ตามที่รัฐบาลญี่ปุ่นกำหนด หากทำการส่งเอกสาร Tax Convention Form เรียบร้อยจะถูกหักเพียง 15% 

  • ถึงแม้ว่ารายได้จะมาจากประเทศญี่ปุ่น แต่ท่านจะยังต้องนำรายได้ในส่วนนี้ยื่นแก่สรรพากรไทย เพื่อชี้แจ้งที่มาของรายได้ และอาจจะต้องมีการจ่ายค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือส่วนต่าง ในภายหลัง


อนุสัญญาภาษีซ้อน หรือ Double Taxation Agreement (DTA) 

ประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นมีการทำข้อตกลงระหว่างประเทศเพื่อป้องกันการเก็บภาษีซ้ำซ้อน ดังนั้นมั่นใจได้ว่าจะไม่มีการเสียภาษี Withholding Tax 2 เด้ง อย่างไรก็ตามครีเอเตอร์จะยังต้องทำการยื่นภาษีในประเทศไทย เพื่อชี้แจงที่มาของรายได้ ซึ่งยอดขายสติกเกอร์ ธีม หรืออิโมจิก็นับเป็นรายได้ประเภทหนึ่งเช่นกัน หากว่าเมื่อรวมรายได้ส่วนนี้กับรายได้อื่นๆของท่านตลอดปี อาจจะต้องมีการจ่ายภาษีส่วนต่าง ตามฐานภาษีขั้นบันไดที่กฎหมายไทยใช้


วิธีคำนวณภาษี

  1. หารายได้สุทธิของท่าน
    รายได้ทั้งหมด - (ค่าใช้จ่าย + ค่าลดหย่อน) = รายได้สุทธิ

  2. รายได้สุทธิ = รายได้ที่ต้องนำไปคำนวณฐานภาษีขั้นบันได

  3. คำนวณภาษีจากเงินได้สุทธิ

  4. หักภาษีที่ได้ทำการจ่ายไปแล้ว ในที่นี้คือ ภาษี ณ  ที่จ่ายประเทศญี่ปุ่น จะได้ภาษีส่วนต่างที่ต้องจ่ายเพิ่ม  หรือได้รับคืน


แนะนำให้ครีเอเตอร์ทุกท่านรักษาสิทธิ์ของตัวเองในการขอเอกสาร Withholding Tax (WHT) Certificate เพื่อยืนยันว่าท่านได้ทำการเสียภาษีส่วนหนึ่งแล้วที่ประเทศญี่ปุ่นสำหรับการขายสติกเกอร์ ธีม หรืออิโมจิ โดยการส่งอีเมลของท่านไปที่ https://contact-cc.line.me/


หมายเหตุ : การขอเอกสารนี้จะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน